คากามิผลักประตูเข้าไปในบาร์ที่มืดสลัว เวลาเย็นเกือบค่ำแบบนี้ผู้คนยังไม่ค่อยมาดื่มกันมากนัก เก้าอี้ส่วนใหญ่ในร้านว่างเปล่า ทำให้เก้าอี้ส่วนหน้าเคาท์เตอร์เพียงตัวเดียวที่มีคนจับจองดูโดดเด่นขึ้นทันตา แม้ว่าเจ้าคนๆนั้นจะนั่งบนเก้าอี้ฝั่งริมสุดของร้านแถมยังมีผิวคล้ำจัดกลมกลืนกับบรรยากาศก็ตาม ก็ผิวคล้ำนั่นล่ะที่เป็นเครื่องยืนยันว่าชายคนนั้นคือคนที่เขากำลังตามหา  

หนุ่มผมแดงเดินไปตามทางเดินด้วยใจระทึก แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ติดกับอาโอมิเนะ หรือจะพูดให้ถูกคือ ติดกับชายที่ควรจะเป็นอาโอมิเนะ คากามิซุกมือเย็นเฉียบไว้ในกระเป๋าเสื้อ หลับตาปี๋รอคอยปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่ออาโอมิเนะเห็นเขา แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งหัวใจของเขาเต้นช้าลง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมือของเขาเริ่มอุ่น ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น คากามิลืมตาข้างหนึ่งขึ้น เหลือบไปเห็นว่าคนข้างๆตัวเขาเอาแต่เท้าคางจ้องแก้วเครื่องดื่มตรงหน้า ทำหน้าปลาตาย แล้วก็ใช้หลอดคนไปคนมา เท้าคาง จ้องแก้ว คน วนไปวนมาเรื่อยๆแบบไม่สนโลก ไอ้ท่าทางชวนหงุดหงิดแบบนี้ ไม่มีทางเป็นคนอื่นแล้วล่ะ คากามิลืมตาทั้งสองข้างขึ้น

“เอ่อ...ขอเบียร์แก้วนึง...ครับ” คากามิบอกพนักงานด้านในเคาท์เตอร์แบบส่งๆด้วยเสียงที่ดังพอสมควร ก็ไม่ได้อยากจะดื่มอะไรหรอก นึกอะไรได้ก็สั่ง อยากให้เจ้าบ้านี่หันมาก็เท่านั้น ว่าแต่เบียร์เขาสั่งกันเป็นแก้วรึเปล่านะ? 

“นี่พี่ชาย ไม่ค่อยได้มาเที่ยวที่แบบนี้ล่ะสิ คือว่า เบียร์เขาสั่งกันเป็นเหยือกน่ะ” เสียงพูดกลั้วเสียงหัวเราะในลำคออย่างน่าหมั่นไส้ดังมาจากแก้วเครื่องดื่มที่ถูกคนซ้ำๆนั่น เออ ไอ้เรื่องแบบนี้ล่ะถนัดนัก 

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันน่ะเป็นพนักงานดับเพลิง ต้องคอยเหตุฉุกเฉินตลอดเวลา จะไปเมาหัวราน้ำไม่ได้หรอก” คากามิตัดสินใจตอบไปตามเรื่อง ใจนึงก็อยากให้อีกคนเงยหน้าขึ้นมา ใจนึงก็ภาวนาให้ชายผิวคล้ำก้มหน้าต่อไป เพราะกลัวนั่นแหละ ถ้าหากอาโอมิเนะจำเขาไม่ได้ล่ะ? 

“ฮะๆๆๆ น่าสนใจดีนี่ มีคนสำคัญของผมน่ะ เคยบอกไว้ว่าจะไปเป็นพนักงานดับเพลิง ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง” คำว่า “คนสำคัญ” ทำให้คากามิรู้สึกตื้นตันในอกอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ยังไม่กล้าแสดงอาการอะไรออกไปมากนัก อีกอย่าง ไอ้หมอนี่แทนตัวเองว่า “ผม”แฮะ จะว่าไป เขายังไม่เคยเห็นเจ้าหมอนี่คุยกับคนแปลกหน้าเลยสักครั้ง ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็มาทำยียวนใส่ บังคับให้แข่งบาสด้วย ชื่อแซ่ก็ไม่ยอมบอก ส่วนชื่อของเขา อาโอมิเนะก็รู้อยู่แล้ว คากามิดึงตัวเองกลับสู่โลกแห่งความจริง

“แล้ว.......ทำไมนายไม่ไปหาเขาล่ะ”  

“ก็เพราะตัวผมในตอนนี้ยังไม่มีค่าพอน่ะสิ ว่าแต่พี่ชายนี่เหมือนเขาเลยนะ ไอ้การพูดคำสุภาพไม่เป็น แล้วก็เรียกคนแปลกหน้าว่า นาย แบบนั้นน่ะ” รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าของชายผมสีน้ำเงิน 

“เอ้า! พี่ชายชื่ออะไรล่ะ ผมก็เบื่อพูดสุภาพเต็มทนเหมือนกัน” วินาทีนั้นสายตาของทั้งสองเงยขึ้นสบกันอย่างรวดเร็ว คากามิเห็นความรู้สึกมากมายในแววตาสีน้ำเงินคู่นั้น สับสน? ดีใจ? เสียใจ? เหมือนเดิม? ไม่เหมือนเดิม? เขาไม่แน่ใจ  อาโอมิเนะต้องกำลังช็อคแน่ๆ คากามิทบทวนทางเลือกต่างๆภายในเวลาเสี้ยววินาที แล้วก็ตัดสินใจพูดออกไป 

“คนสำคัญที่นายว่าไปเจอเขาไม่ได้นั่นชื่ออะไรล่ะ? เรียกฉันว่าอย่างนั้นก็ได้ ไหนๆเราก็เจอกันแค่ครั้งเดียวอยู่แล้วนี่นา ” แววตานั้นดูสับสนยิ่งขึ้นก่อนจะสงบลง และคากามิคิดไปเองหรือเปล่าว่าเห็นรอยยิ้มของอาโอมิเนะแวบหนึ่ง

“คากามิ ไทกะจัง” ตอบพร้อมกับขยิบตา คากามิไม่พอใจคำตอบนั้น แต่ถ้าโวยวายขึ้นมา เกมที่ทั้งสองกำลังจะเล่นกันก็คงต้องจบลง มันเป็นเกมที่ประหลาด แต่เขาก็อยากรู้ว่ามันจะจบลงเช่นไร 

“เจ้านั่นคงไม่ชอบให้นายเรียกอย่างนั้นหรอก ว่าแต่ฉันเองก็รู้จักกับคนๆนึงที่คล้ายนายมากเหมือนกัน งั้นฉันจะเรียกนายด้วยชื่อนั้นละกัน” 

“หือ? เขาชื่ออะไรล่ะ” อาโอมิเนะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง 

“ไอ้งั่งมิเนะน่ะ” คากามิขยิบตากลับ

 
---------
มีแค่นี้แหละค่ะ
 
เอ่อ.....มันประหลาดไหมคะ...? 
 

คือเรานึกถึงอะไรแบบนี้ไว้ตั้งแต่คิดว่าจะเขียน แต่พอถึงตอนที่ต้องเข้าจุดนั้นจริงๆมันไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดออกมายังไง ก็
เลยเครื่องสะดุดไปยาวเบย แต่ก็ยังอยากกลับมาอัพนะคะ ว่างๆก็คิดเรื่องนี้บ่อยๆ

ทีนี้เมื่อคืนกลับไปดูกินทามะค่ะ เป็นตอนที่ควบคุมกระปู๋ออกมาสู้กัน ก็เลยเกิดอารมณ์โรแมนซ์อะไรบางอย่างขึ้น ก็ปั่นตั้งแต่ตี1-ตีสามครึ่งแล้วก็สลบสไลคาคอม.......
 
คาแร็กเตอร์หลุดกระจุยเหมือนเดิมค่ะ
ท่านที่มาคอมเม้นต์เคยบอกเราว่านังคิเสะของเราหลุดไปหน่อย ซึ่งพอลองอ่านดู เออจริงว่ะ 
ก็นางน่าแกล้งอ้ะะะะะะะะะ เลยเพลินมือเลยเถิดไป 55555555555555 เป็นอารมณ์แบบอยากให้เรื่องมันสนุกสนานขึ้นด้วยแหละค่ะ ไม่รู้จะให้ใครรับเคราะห์ชูโรงก็เลยให้นางไปซะ แฮร่~ ต่อจากนี้ก็จะพยายามแก้ไขนะคะ !

-------------------------------
ทีนี่ เราสังเกตเห็นอะไรบางอย่างใน "นายจืดพลิกสังเวียนบาส" เล่ม4ค่ะ ซึ่งก็ออกมานานมากแล้ว เล่ม5ก็ออกนานแล้วด้วย แต่ก็ยังอยากแซวค่ะ

คำเตือน : ของจริง90% ฟิลเตอร์10%
คุโรโกะ: ยังมี"ท่า"ที่เหนือกว่านั้นอยู่อีกขั้นนึงครับ
กัปปิตันจุมเปย์ : ทำไมเพิ่งจะมาใช้?
คุโรโกะ : มีคนที่"รับ"ได้ไม่มากน่ะครับ แต่คางามิคุงในตอนนี้น่าจะรับได้
(อิฉัน:เหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง? คือพร้อมแล้ว? )
---
คากามิ: คุโรโกะ! ให้มันเบาๆหน่อยเซ่! /ฉากในแก๊กท้ายบท
คุโรโกะ: ก็มันต้องเร่งความเร็ว
คากามิ: โคตรเจ็บเลยเฟ้ย!!!
(อิฉัน: ไม่พร้อม? พี่ครกชิงสุกก่อนห่ามบ้าที่สุดดดดดดด)
 
 แค่นั้นแหละค่ะ หยั่งไม่มีอะไร